วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

สวนสาธารณะภูหล่น

  • ดอกฝ้ายคำบานสะพรั่งที่ สวนสาธารณะภูหล่น จังหวัดอุบลราชธานี
    ดอกฝ้ายคำบานสะพรั่งที่ สวนสาธารณะภูหล่น ในช่วงฤดูหนาว ประมาณ
    เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธุ์ ดอกสีเหลืองสดใสออกดอกบานสะพรั่งพร้อมกัน
    ภายในสวนสาธารณะภูหล่นและดอกที่ร่วงหล่นตามพื้นดินจนเหลืองอร่ามไป
    ทั่วบริเวณ ทำให้เกิดทัศนียภาพอันสวยงาม สดชื่น ร่มรื่น กับพันธุ์ไม้ดอกอัน
    งดงามนี้
สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทย
สวนสาธารณะภูหล่น เป็นสวนสาธารณะ ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2543มีเนื้อที่
ประมาณ 61 ไร่ สวนสาธารณะภูหล่น มีดอกฝ้ายคำหรือดอกสุพรรณิการ์
กว่า 200 ต้นดอกฝ้ายคำ นี้จะออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งเต็มลาน ตั้งแต่
เดือนธันวาคม จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ มีทั้งดอกที่บานอยู่บนต้น และดอกที่
ร่วงหล่นตามพื้นดินจนเหลืองไปหมด มีความสวยงามสร้างความประทับใจ
ให้กับผู้ที่ได้ชมและนักท่องเที่ยวทั่วไป



ต้นสุพรรณิการ์ หรือที่ทางภาคเหนือเรียกว่า ดอกฝ้ายคำ ส่วนคนโบราณเรียก
ว่า ต้นปาริชาติ มีความเชื่อว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ปลูกไว้ตามวิหารของพระเจ้า
ในสมัยพุทธกาล นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า เป็นต้นไม้ที่มีค่าสูงเปรียบเสมือน
ทองคำ เพราะต้นฝ้ายคำ ดอกมีสีเหลืองทองคำ ชูช่อสู่ฟ้า ดุจอันเบิกบานตระการ
ตา คนทั่วไปจึงยกย่องสรรเสริญว่าเป็นดอกไม้คู่ฟ้า ดอกฝ้ายคำจึงเป็นไม้มงคล
และเป็นไม้ดอกประจำปีระกาอีกด้วย




สวนสาธารณะภูหล่น เป็นสวนสาธารณะ ตั้งอยู่ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร
จังหวัดอุบลราชธาน



การเดินทาง ไปสวนสาธารณะภูหล่น จังหวัดอุบลราชธานี
ออกจากตัวเมืองอุบลราชธานี มุ่งหน้าไปยังอำเภอพิบูลมังสาหาร ผ่านซุ้มประตู
เมือง สังเกตุด้านซ้ายมือ (ก่อนถึงวัดภูเขาแก้ว) มีป้ายสวนสาธารณะภูหล่น
ให้เลี้ยวซ้าย และตรงไปตามทางอีกประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงที่หมาย
รวมระยะทางจากตัวเมืองอุบลฯ ประมาณ 43 กม. เท่านั้น
ดอกสุพรรณิการ์ หรือฝ้ายคำออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งสวนสาธารณะภูหล่น
หนึ่งสถานที่ ในจังหวัดอุบลราชธานี ที่กำลังได้รับความนิยม และมีนักท่องเที่ยวพูดถึงเป็นจำนวนมาก คือ สวนสาธารณะภูหล่น ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
สวนสาธารณะภูหล่น เป็นสวนสาธารณะกึ่งแหล่งท่องเที่ยว สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2543 มีเนื้อที่ประมาณ61ไร่ จุดเด่นของสวนสาธารณะนี้ คือ มีต้นสุพรรณิการ์ กว่า200ต้น ซึ่งต้นสุพรรณิการ์ หรือที่ทางภาคเหนือเรียกว่า “ฝ้ายคำ” นี้จะออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งเต็มลาน ตั้งแต่เดือนธันวาคม จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ มีทั้งดอกที่บานอยู่บนต้น และดอกที่ร่วงหล่นตามพื้นดินจนเหลืองไปหมด มีความสวยงามสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ชมและนักท่องเที่ยวทั่วไป
สำหรับสวนสาธารณะภูหล่น เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยนายณรงค์ศักดิ์ โกศัลวัฒน์ ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองพิบูลมังสาหาร โดยในสมัยนั้น ได้มีการประชาสัมพันธ์กันอย่างแพร่หลายทั้งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ จนทำสวนสาธารณะภูหล่น กล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป และอัพลงโซเซียวอวดเพื่อนๆกันเป็นจำนวนมาก
การเดินทางไปสวนสาธารณะภูหล่น ออกจากตัวเมืองอุบลราชธานี มุ่งหน้าไปยังอำเภอพิบูลมังสาหาร ผ่านซุ้มประตูเมือง ไม่ถึง100เมตร สังเกตด้านซ้ายมือ มีป้ายสวนสาธารณะภูหล่น ให้เลี้ยวซ้าย และตรงไปตามทางอีกประมาณ200เมตร ก็จะถึงที่หมาย รวมระยะทางจากตัวเมืองอุ
สวนสาธารณะภูหล่น+ต้นสุพรรณิการ์-1.jpg
               อำเภอพิบูลมังสาหาร นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเป็นที่รู้จักมากมายอย่าง แก่งสะพือ หรือวัดภูเขาแก้วแล้ว ยังมีความงดงามของธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งคือ ดอกต้นสุพรรณิการ์ กำลังบานสะพรั่งท้าลมหนาว จนชาวบ้าน หรือนักท่องเที่ยวที่ได้ชม ต่างพากันเรียกว่า ทุ่งดอกซากุระอีสาน เมืองอุบลฯ เลยทีเดียว
               สวนสาธารณะภูหล่น เป็นสวนสาธารณะกึ่งแหล่งท่องเที่ยว ตั้งอยู่ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2543 สมัยนายกวี เจริญผล เป็นนายกเทศมนตรี มีเนื้อที่ประมาณ 61 ไร่ จุดเด่นของสวนสาธารณะนี้คือ มีต้นสุพรรณิการ์ กว่า 200 ต้น ซึ่งต้นสุพรรณิการ์ หรือที่ทางภาคเหนือเรียกว่า "ฝ้ายคำ" นี้จะออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งเต็มลาน ตั้งแต่เดือนธันวาคม จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ มีทั้งดอกที่บานอยู่บนต้น และดอกที่ร่วงหล่นตามพื้นดินจนเหลืองไปหมด มีความสวยงามสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ชมและนักท่องเที่ยวทั่วไป
สวนสาธารณะภูหล่น+ต้นสุพรรณิการ์-3.jpg
               การเดินทางไปสวนสาธารณะภูหล่น ออกจากตัวเมืองอุบลราชธานี มุ่งหน้าไปยังอำเภอพิบูลมังสาหาร ผ่านซุ้มประตูเมือง สังเกตุด้านซ้ายมือ (ก่อนถึงวัดภูเขาแก้ว) มีป้ายสวนสาธารณะภูหล่น ให้เลี้ยวซ้าย และตรงไปตามทางอีกประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงที่หมาย รวมระยะทางจากตัวเมืองอุบลฯ ประมาณ 43 กม. เท่านั้น
               สุพรรณิการ์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางการแตกกิ่ง ก้านของทรงพุ่มโปร่งลำต้นมีความสูงประมาณ 8-15 เมตร ผิวเปลือกลำต้นสีน้ำตาลเข้มผิวลำต้นเรียบ ใบเป็นใบเดี่ยวคล้ายรูปหัวใจ ลักษณะใบเป็นรูปมนกว้าง ริมขนาดใบกว้างประมาณ 8-10 เซนติเมตร ยาวประมาณ 12-15 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อ ช่อหนึ่งยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร ดอกมี 5 กลีบ ลักษณะกลีบดอกงุ้มเข้าหากัน กลีบดอกและเกสรมีสีเหลืองอยู่ตรงกลาง ลักษณะเป็นเส้นเล็ก ๆ จำนวนมากดอกบานเต็มที่มีขนาด 46 เซนติเมตร ผลกลมเป็นพูมีขนาดโตประมาณ 4-6 เซนติเมตร เมื่อแก่จะแตกออก 3-5 พูภายในผลมีเส้นใยคล้ายฝ้ายสีขาวและมีเมล็ดเล็กสีดำประกอบอยู่ภายใน
สวนสาธารณะภูหล่น+ต้นสุพรรณิการ์-5.jpg
               ความเชื่อปลูกต้นสุพรรณิการ์ไว้ประจำบ้าน จะทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะต้นสุพรรณิการ์โบราณเรียกว่า ต้นปาริชาติ คือ ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ปลูกไว้ตามวิหารของพระเจ้าในสมัยพุทธกาล นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า เป็นต้นไม้ที่มีค่าสูงเปรียบเสมือนทองคำ เพราะต้นสุพรรณิการ์ บางคนเรียกว่า ต้นฝ้ายคำ ซึ่งดอกมีสีเหลืองทองคำ ชูช่อสู่ฟ้า ดุจอันเบิกบานตระการตา คนทั่วไปจึงยกย่องสรรเสริญว่าเป็นดอกไม้คู่ฟ้า ดังนั้นจึงเป็นไม้มงคลนาม ควรปลูกไว้ทางทิศใต้ ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธ ถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้น ผู้ปลูกในปีระกา เพราะเป็นต้นไม้ประจำปีระกา ถ้าผู้อาศัยในบ้านเกิดในปีระกาด้วยแล้วก็จะเป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้น
บลฯ ประมาณ43กม. เท่านั้น
สุพรรณิการ์ หรือ ฝ้ายคำเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางการแตกกิ่ง ก้านของทรงพุ่มโปร่งลำต้นมีความสูงประมาณ8-15เมตร ผิวเปลือกลำต้นสีน้ำตาลเข้มผิวลำต้นเรียบ ใบเป็นใบเดี่ยวคล้ายรูปหัวใจ ลักษณะใบเป็นรูปมนกว้าง ริมขนาดใบกว้างประมาณ8-10เซนติเมตร ยาวประมาณ12-15เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อ ช่อหนึ่งยาวประมาณ20-30เซนติเมตร ดอกมี5กลีบ ลักษณะกลีบดอกงุ้มเข้าหากัน กลีบดอกและเกสรมีสีเหลืองอยู่ตรงกลาง ลักษณะเป็นเส้นเล็ก ๆ จำนวนมากดอกบานเต็มที่มีขนาด46เซนติเมตร ผลกลมเป็นพูมีขนาดโตประมาณ4-6เซนติเมตร เมื่อแก่จะแตกออก3-5พูภายในผลมีเส้นใยคล้ายฝ้ายสีขาวและมีเมล็ดเล็กสีดำ ประกอบอยู่ภายใน
ด้านความเชื่อ หากปลูกต้นสุพรรณิการ์ไว้ประจำบ้าน จะทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะต้นสุพรรณิการ์ โบราณเรียกว่า ต้นปาริชาติ คือ ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่ปลูกไว้ตามวิหารของพระเจ้าในสมัยพุทธกาล
นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า เป็นต้นไม้ที่มีค่าสูง เปรียบเสมือนทองคำ เพราะต้นสุพรรณิการ์ บางคนเรียกว่า ต้นฝ้ายคำ ซึ่งดอกมีสีเหลืองทองคำ ชูช่อสู่ฟ้า ดุจอันเบิกบานตระการตา คนทั่วไปจึงยกย่องสรรเสริญว่าเป็นดอกไม้คู่ฟ้า ดังนั้นจึงเป็นไม้มงคลนาม ควรปลูกไว้ทางทิศใต้ ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธ ถ้าจะให้เป็นมงคลยิ่งขึ้น ผู้ปลูกในปีระกา เพราะเป็นต้นไม้ประจำปีระกา ถ้าผู้อาศัยในบ้านเกิดในปีระกาด้วยแล้วก็จะเป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้น


" อำเภอพิบูลมังสาหาร นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเป็นที่รู้จักมากมายอย่าง แก่งสะพือ หรือวัดภูเขาแก้วแล้ว ยังมีความงดงามของธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งคือ ดอกต้นสุพรรณิการ์ กำลังบานสะพรั่งท้าลมหนาว จนชาวบ้าน หรือนักท่องเที่ยวที่ได้ชม ต่างพากันเรียกว่า ทุ่งดอกซากุระอีสาน เมืองอุบลฯ เลยทีเดียว สวนสาธารณะภูหล่น เป็นสวนสาธารณะกึ่งแหล่งท่องเที่ยว ตั้งอยู่ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2543 สมัยนายกวี เจริญผล เป็นนายกเทศมนตรี มีเนื้อที่ประมาณ 61 ไร่ จุดเด่นของสวนสาธารณะนี้คือ มีต้นสุพรรณิการ์ กว่า 200 ต้น ซึ่งต้นสุพรรณิการ์ หรือที่ทางภาคเหนือเรียกว่า ""ฝ้ายคำ"" นี้จะออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งเต็มลาน ตั้งแต่เดือนธันวาคม จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ มีทั้งดอกที่บานอยู่บนต้น และดอกที่ร่วงหล่นตามพื้นดินจนเหลืองไปหมด มีความสวยงามสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ชมและนักท่องเที่ยวทั่วไป"  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น